Information Center

Performance of the Bureau of Labour Relations

การกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

Post on 01 พฤศจิกายน 2560
by Strategy Group
ฮิต: 2907

มูลเหตุของการกระทำอันไม่เป็นธรรม

                                นายจ้างได้เลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นผลให้ลูกจ้าง  ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการสหภาพแรงงานหรือกรรมการสหพันธ์แรงงานไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้ เพราะเหตุที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานได้นัดชุมนุม ทำคำร้อง ยื่นข้อเรียกร้อง เจรจา หรือดำเนินการฟ้องร้อง หรือเป็นพยาน หรือให้หลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือนายทะเบียนพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน  ผู้พิพาทแรงงาน  หรือกรรมการแรงงานสัมพันธ์  ตามพระราชบัญญัตินี้หรือ ต่อศาลแรงงาน หรือเพราะเหตุที่ลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานกำลังจะทำการดังกล่าว

                                นายจ้างได้เลิกจ้างหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นผลให้ลูกจ้างไม่สามารถทนทำงานอยู่ต่อไปได้เพราะเหตุที่ลูกจ้างนั้น เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน

                                นายจ้างได้ขัดขวางในการที่ลูกจ้างนั้นเป็นสมาชิกหรือให้ลูกจ้างออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน หรือให้หรือตกลงจะให้เงินหรือทรัพย์สินแก่ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของสหภาพแรงงาน เพื่อมิให้สมัครหรือรับสมัครลูกจ้างเป็นสมาชิก  หรือเพื่อให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน

                               นายจ้างได้ขัดขวางการดำเนินการของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานหรือขัดขวางการใช้สิทธิของลูกจ้างในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือ

                                นายจ้างเข้าแทรกแซง ในการดำเนินการของสหภาพแรงงานหรือสหพันธ์แรงงานโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

                                ผู้ใดบังคับหรือขู่เข็ญ โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ลูกจ้างต้องเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหรือต้องออกจากการเป็นสหภาพแรงงานหรือผู้ใดกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นผลให้นายจ้างฝ่าฝืนมาตรา 121

                                นายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง กรรมการ อนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงานหรือกรรมการ อนุกรรมการ สหพันธ์แรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้กระทำการดังต่อไปนี้ 

ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบธรรมด้วยกฎหมายของนายจ้างโดยนายจ้างว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว  เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องว่ากล่าวตักเตือนทั้งนี้  ข้อบังคับ  ระเบียบ  คำสั่งนั้นต้องมิได้ออกเพื่อขัดขวางมิให้บุคคลดังกล่าว ดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องหรือละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวัน ทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กระทำการใด ๆ เป็นการยุยง สนับสนุน หรือชักชวนให้มีการฝ่าฝืนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาด

คุณสมบัติของผู้ร้อง ผู้ร้องต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรงได้แก่  ลูกจ้าง  สหภาพแรงงาน  สหพันธ์แรงงาน

ระยะเวลาการใช้สิทธิ ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีการฝ่าฝืน เช่น วันที่ถูกนายจ้างเลิกจ้าง  วันที่ถูกนายจ้างโยกย้ายหน้าที่ ฯลฯ

สถานที่ยื่นคำร้อง ส่วนกลาง  ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องได้ที่กลุ่มงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 อาคาร กระทรวงแรงงาน  ถนนมิตรไมตรี   ดินแดง  กรุงเทพฯ 10400  โทรศัพท์ 0 2643 4477

ส่วนภูมิภาค  ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือ ที่กลุ่มงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  กระทรวงแรงงาน

 การดำเนินการของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

- คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  จะส่งคำร้องกล่าวหาให้นายจ้างผู้ถูกกล่าวหาทราบและให้ผู้ถูกกล่าวหาส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 8 วัน นับแต่วันที่รับทราบคำกล่าวหา

- สำนักงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการจะบรรจุเรื่องเข้าระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการ  และกำหนดนัดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าพบเพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมการ

- คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ  เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงในรายละเอียดและนำเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด  และออกคำสั่งของคณะกรรมการฯ ต่อไป

- คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะต้องพิจารณาวินิจฉัย  และออกคำสั่งภายใน 90 วัน นับแต่วันรับคำร้องกล่าวหา  และแจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายทราบและปฏิบัติ

แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

 กรณีที่ปฏิบัติตามคำสั่ง หากผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการฯ เช่น จ่ายค่าเสียหาย หรือรับผู้กล่าวหากลับเข้าทำงาน เป็นต้น  การดำเนินคดีอาญาให้เป็นอันระงับไป

กรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หากคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งคณะกรรมการฯ และใช้สิทธิอุทธรณ์ขอเพิกถอนคำสั่งต่อศาลแรงงาน  ตามมาตรา 8 (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522

หากผู้ถูกกล่าวหาเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แต่ประการใด  ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการฝ่าฝืนอันต้องด้วยบทบัญญัติ  ตามมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์  พ.ศ. 2518 เป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษตามมาตรา 158 และมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติฯ ฉบับเดียวกัน คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000  บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

500956
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
667
805
4521
491516
18615
31819
500956

Your IP: 192.168.2.69
2020-11-27 15:36