คณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์


        ด้วยกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ ให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย และก่อให้เกิดสันติสุขในวงการแรงงาน อันจะเป็นผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงได้ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศจัดสัมมนาไตรภาคีระดับชาติขึ้น ซึ่งผู้เข้าสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล โดยได้ร่วมกันพิจารณาและให้การยอมรับ ?แนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ในประเทศไทย  พ.ศ. 2524? และได้มีการลงนามรับรองร่วมกันเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525

        แนวปฏิบัติฯ นี้จะไม่มีลักษณะบังคับให้ผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับกฎหมาย แต่มีลักษณะเป็นสัญญาที่ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาลให้การรับรองร่วมกันว่าจะดำเนินการตามแนวทางที่ตกลงกันไว้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์โดยสันติวิธี ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการต่างๆ รวมตลอดถึงเสริมสร้างความร่วมมือฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาลในการพัฒนาระบบแรงงานสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ    ซึ่งจะทำให้แนวปฏิบัติฯ นี้ได้ช่วยเสริมกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างสันติสุขในวงการแรงงาน

        เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินการตามแนวปฏิบัติฯ ดังกล่าวให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้อง และบรรลุผลตามมติของรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2525 ทั้งสามฝ่ายจึงได้คัดเลือกผู้แทนฝ่ายละ 5 คน ขึ้นเป็นคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวอย่างเป็นทางการทางการ โดยใช้ชื่อว่า ?คณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์? ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2525 ตามข้อเสนอของกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย  (วันที่ 8 กันยายน 2525) โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการกองแรงงานสัมพันธ์เป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. รวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินการตามแนวปฏิบัติฯ จากองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการติดตาม

2. ให้ข้อเสนอแนะแก่นายจ้าง ลูกจ้าง องค์การของนายจ้างและลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินผลการดำเนินการ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

4. ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์ต่อรัฐบาล

5. เป็นศูนย์ประสานงานในการเผยแพร่แนวปฏิบัติฯ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเข้าใจโดยทั่วถึง

6. เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ๆ

7. ให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ หรือคณะทำงานเพื่อหาข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นในเรื่องที่มอบหมายเป็นการ ประจำหรือเป็นการเฉพาะกิจตามความจำเป็น

     หลังจากนั้นคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในบางครั้งเนื่องจากกรรมการลาออก และท้ายสุดได้มีการปรับปรุงโครงสร้างหน่วยราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กระทรวงแรงงานจึงได้มีการปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ใหม่ในลักษณะไตรภาคีเหมือนเดิมและให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง และสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยกรรมการฝ่ายรัฐบาลมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นรองประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการฝ่ายนายจ้างจากสภาองค์การนายจ้าง 10 สภา กรรมการ ฝ่ายลูกจ้างจากสภาองค์การลูกจ้าง 11 สภา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสรรหาโดยการคัดเลือกผู้ที่มีผลงานหรือความชำนาญด้านแรงงาน จำนวน 3 คน กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี เพื่อความชัดเจนและเอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามความจำเป็นและ เหมาะสม และกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรการหรือแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์ รวมทั้งเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ระบบทวิภาคีให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ให้คำแนะนำองค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้างเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาแรงงานที่เหมาะสม และให้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการให้รัฐมนตรีทราบเป็นระยะ และคำสั่งกระทรวงแรงงานที่ 9/2550 ลงวันที่ 10  มกราคม 2550 ปฏิบัติหน้าที่เป็นชุดสุดท้าย และได้สิ้นสุดวาระเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์

        ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 เห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ และกระทรวงแรงงานได้ออกระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนสภาองค์การนายจ้าง ผู้แทนสภาองค์การลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2554 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2554 ต่อมากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงได้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้พิจารณาลงนามในคำสั่งกระทรวงแรงงานที่ 187/2555 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2555 แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นกรรมการ ผู้แทนสภาองค์การนายจ้าง ผู้แทนสภาองค์การลูกจ้างเป็นกรรมการฝ่ายละ 5 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน เป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนักแรงงานสัมพันธ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการ กลุ่มงานส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งกรรมการ ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรการหรือแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์ รวมทั้งเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ระบบทวิภาคีให้มีความเข็มแข็งยิ่งขึ้น ให้คำแนะนำองค์กรนายจ้าง และองค์กรลูกจ้าง เกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาแรงงานที่เหมาะสม ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยสำนักแรงงานสัมพันธ์ จึงเห็นควรจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานสัมพันธ์ เสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีต่อกัน ตลอดจนส่งเสริมให้มีการนำระบบแรงงานสัมพันธ์ไปใช้จัดการกับปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นให้ยุติลง เกิดสันติสุขในวงการแรงงานต่อไป  

 

  การแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี

 

  ผลการดำเนินงานโดยสรุปของคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ (ปี 2544 ? 2557)


  คณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ชุดปัจจุบัน

 

************************************






สถานการณ์ด้านแรงงาน

สำนักแรงงานสัมพันธ์  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี  แขวงดินแดง  เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร  10400

โทรศัพท์  0 2246 8393 ,0 2246 8993   โทรสาร  0 2246 8393     

http://relation.labour.go.th