ถาม-ตอบ เกี่ยวกับกระบวนการปรับปรุงสภาพการจ้าง


1. ถาม ? จะทำอย่างไร เมื่อนายจ้างหรือลูกจ้างต้องการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงสวัสดิการและสภาพการจ้าง?

ตอบ       ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต้องยื่นข้อเรียกร้องเป็นหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ


2. ถาม ? ใครบ้างที่มีสิทธิยื่นข้อเรียกร้อง?

ตอบ                1. ลูกจ้างจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของลูกจ้างทั้งหมด ลงรายชื่อและลายมือชื่อ ร่วมกันยื่นต่อนายจ้าง

2. สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของลูกจ้างทั้งหมดยื่นต่อนายจ้าง

3. นายจ้าง ยื่นต่อ ลูกจ้าง หรือสหภาพแรงงาน

4. สมาคมนายจ้าง ยื่นต่อลูกจ้าง ผู้ยื่นข้อเรียกร้องจะต้องระบุชื่อผู้แทนในการเจรจา? จำนวนไม่เกิน 7 คน


3. ถาม ? เมื่อมีการยื่นข้อเรียกร้องเกิดขึ้น ผู้ได้รับข้อเรียกร้องจะต้องทำอย่างไรต่อไป?

ตอบ    ผู้ที่รับข้อเรียกร้อง ต้องแจ้งชื่อผู้แทนในการเจรจาจำนวนไม่เกิน 7 คน และนัดหมายให้มีการเจรจากันภายใน 3 วัน


4. ถาม? ถ้าไม่มีการเจรจากันภายใน 3 วัน จะทำอย่างไรต่อไป?

ตอบ   ถ้าไม่มีการเจรจาภายใน 3 วัน ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องต้องแจ้งข้อพิพาทแรงงาน


5. ถาม? การเจรจากันเองมีกำหนดเวลาที่จะต้องตกลงกันภายในกี่วันหรือไม่?

ตอบ  การเจรจากันเองกำหนดไว้เพียงว่าต้องเริ่มเจรจากันครั้งแรกภายใน 3 วันหากไม่สามารถตกลงกันได้ การเจรจาสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันจนกว่าจะได้ข้อยุติหรือไม่ประสงค์จะเจรจากันต่อไป


6. ถาม?  ถ้าเจรจาตกลงกันเองได้จะต้องทำอย่างไรต่อไป?

ตอบ   ถ้าตกลงกันได้ ให้ทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเป็นหนังสือโดยนายจ้างต้องปิดประกาศข้อตกลงฯ โดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานเป็นเวลาอย่างน้อย??30 วัน? โดยเริ่มประกาศภายใน 3 วันนับแต่วันที่ตกลงกันได้และนายจ้างต้องเป็นผู้นำข้อตกลงฯไปจดทะเบียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหรือที่สำนักแรงงานสัมพันธ์ ภายใน 15  วันนับแต่ตกลงกันได้?หากไม่นำไปจดทะเบียนจะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท


7. ถาม?  ถ้าเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป?

ตอบ   ถ้ามีการเจรจาตกลงกันภายใน 3 วันและมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้และไม่ประสงค์จะเจรจากันเองต่อไป ให้ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ไม่สามารถตกลงกันได้ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอยุติการเจรจา


8. ถาม? การแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจะแจ้งได้ที่ ไหน? อย่างไร?

ตอบ    กรณีที่สถานประกอบกิจการอยู่ในจังหวัดใดให้ผู้แจ้งข้อเรียกร้องแจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนั้น กรณีที่อยู่ในกรุงเทพมหานครให้แจ้งที่กลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้ง สำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยต้องทำเป็นหนังสือแจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่ไม่มีการเจรจากันเอง หรือมีการเจรจากันแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกันได้


9. ถาม? เมื่อแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้ว ขั้นตอนจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ตอบ   พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจะทำหนังสือเชิญทั้งสองฝ่ายมาพบเพื่อเจรจากันและหาแนวทางยุติข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งระยะเวลาในการไกล่เกลี่ย ตามกฎหมายกำหนดไว้ 5 วัน และเมื่อตกลงแล้วนายจ้างจะต้องนำข้อตกลงฯ ไปจดทะเบียนภายใน 15 วัน


10. ถาม? ถ้ายังตกลงกันไม่ได้มีขั้นตอนอย่างไรต่อไป?

ตอบ  ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทแรงงานขึ้นและเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ไม่สามารถตกลงกันได้และครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 5  วันแล้ว หากนายจ้างประสงค์ที่จะใช้สิทธิปิดงานหรือลูกจ้างประสงค์ที่จะใช้สิทธินัดหยุดงานก็สามารถทำได้ในขั้นตอนนี้ โดยจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งและพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานทราบเป็น หนังสือก่อนจะใช้สิทธินัดหยุดงานหรือปิดงานอย่างน้อย 24 ชั่งโมง


11. ถาม? ถ้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยเกิน 5 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ลูกจ้างหรือนายจ้างต้องนัดหยุดงาน หรือปิดงานเสมอไปหรือไม่?

ตอบ    แม้ว่าพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานไกล่เกลี่ยครบกำหนด 5 วันตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ หากนายจ้างไม่ประสงค์จะปิดงานหรือลูกจ้างไม่ประสงค์จะนัดหยุดงานจะเจรจากันเองหรือพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานไกล่เกลี่ยต่อไปเพื่อให้ได้ข้อยุติก็สามารถทำได้ หรือทั้งสองฝ่ายจะสมัครใจร่วมกันตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานดังกล่าว


12. ถาม?  ระหว่างนัดหยุดงานหรือปิดงาน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างจากนนายจ้างหรือไม่?

ตอบ   ลูกจ้างที่ใช้สิทธินัดหยุดงานหรือถูกนายจ้างใช้สิทธิปิดงานจะไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง เนื่องจากไม่มีการทำงานเกิดขึ้น


13. ถาม?  การชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานคืออะไร?

ตอบ   เป็นวิธียุติข้อพิพาทแรงงาน โดยคู่กรณีร่วมกันเลือกคนกลางโดยสมัครใจ ให้ทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้โดยคู่กรณีมีอิสระที่จะเลือกตัวผู้ชี้ขาดและจำนวนผู้ชี้ขาด


14. ถาม? มีข้อห้ามในการนัดหยุดงานหรือปิดงานหรือไม่ อย่างไร?

ตอบ  กฎหมายกำหนดมิให้นายจางปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในกรณีดังต่อไปนี้

1. เมื่อยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งหรือได้แจ้งข้อเรียกร้องแล้ว แต่ข้อพิพาทแรงงานนั้นยังไม่เป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้

2. เมื่อฝ่ายที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างได้ปฏิบัติตามข้อตกลง ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ข้อตกลงมีผลใช้บังคับ

3. เมื่ออยู่ระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

4. เมื่ออยู่ระหว่างการชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ห้ามมิให้นายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงาน โดยมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่รับแจ้ง


15. ถาม? มีสถานประกอบกิจการใดบ้างที่ไม่สามารถใช้สิทธินัดหยุดงานหรือปิดงานเมื่อมีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้น?

ตอบ   เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ในกิจการตามมาตรา 23 ซึ่ง หมายถึงกิจการดังนี้

1. การรถไฟ

2. การท่าเรือ

3. การโทรศัพท์หรือการโทรคมนาคม

4. การผลิตหรือจำหน่ายพลังงานหรือกระแสไฟฟ้าแก่ประชาชน

5. การประปา

6. การผลิตหรือการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง

7. กิจการโรงพยาบาล หรือกิจการสถานพยาบาล

8. กิจการอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง ได้แก่

8.1 กิจการทุกประเภทของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

8.2 กิจการวิทยาลัยอกชนและโรงเรียนราษฎร์

8.3 กิจการสหกรณ์

8.4 กิจการการขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ร่วมตลอดถึงกิจการบริการเสริมการขนส่งหรือเกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ณ สถานี ขนส่ง ท่าเทียบเรือ ท่าอากาศยาน และกิจการ การท่องเที่ยว

8.5 กิจการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) พิจารณาวินิจฉัยและ แจ้งผลให้ทั้งสองฝ่ายทราบภายใน 30 วัน ซึ่งเมื่ออยู่ ระหว่างการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กิจการดังกล่าวข้างต้น จึงไม่สามารถใช้สิทธิ นัดหยุดงานหรือปิดงานได้


16. ถาม?  เอกสารที่ใช้ในการข้อจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ตอบ  เมื่อนายจ้างนำขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาขอจดทะเบียนนั้น เอกสารที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนมีดังนี้

1. ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง พร้อมสำเนารวม 4 ฉบับ

2. สำเนาหนังสือแจ้งข้อเรียกร้องของผู้แจ้ง พร้อมหลักฐานการแต่งตั้งผู้แทนในการเจรจาของทั้งสองฝ่าย

3. แบบคำข้อจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยนายจ้างมีหน้าที่นำข้อตกลงฯ ไปจดทะเบียน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือในเขตกรุงเทพฯ ณ สำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอจดทะเบียนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 15 วัน เมื่อแล้วเสร็จจะนำส่งให้แก่ผู้แทนในการเจรจาทั้งสองฝ่ายต่อไป


---------------------------------------------------------------------

สถานการณ์ด้านแรงงาน

สำนักแรงงานสัมพันธ์  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี  แขวงดินแดง  เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร  10400

โทรศัพท์  0 2246 8393 ,0 2246 8993   โทรสาร  0 2246 8393     

http://relation.labour.go.th