Home
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์


การจัดตั้งและองค์ประกอบของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

 

• การจัดตั้ง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๗ กำหนดให้มีคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  (ครส.)  เป็นคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อทำหน้าที่ด้านแรงงานสัมพันธ์ในการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานในกิจการสำคัญ และการวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรม

 

• องค์ประกอบ

คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นคณะกรรมการไตรภาคี  ประกอบด้วยบุคคล  ๓  ฝ่าย คือ กรรมการกลางซึ่งรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ กรรมการฝ่ายนายจ้าง   และ  กรรมการฝ่ายลูกจ้าง ปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการกลาง กรรมการ   ฝ่ายนายจ้าง และกรรมการฝ่ายลูกจ้าง  ฝ่ายละเท่า ๆ กัน  คือ  ฝ่ายละ  ๕  คน   รวม  ๑๕  คน

 

• วาระกรรมการ

กรรมการแรงงานสัมพันธ์  จะอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๓ ปี  ประธานกรรมการ หรือกรรมการ  ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

 

• การประชุม

องค์ประชุมในการพิจารณาเรื่อง การกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือเรื่องอื่น ๆ จะต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย ๕ คน โดยต้องมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ ๑ คน สำหรับองค์ประชุมพิจารณาวินิจฉัยหรือชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ตามมาตรา ๒๓ หรือมาตรา    ๓๕(๔) ต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย ๘ คน โดยต้องมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายลูกจ้างเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยฝ่ายละ ๑ คน  ปัจจุบันคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  ได้กำหนดจัดให้มีการประชุมทุกสัปดาห์  ๆ  ละ  ๑  ครั้ง  และหรือ  ๒  ครั้ง   ในวันอังคาร  และหรือวันพฤหัสบดี

 

 

 
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

 

คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา  ๔๑  แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๑๘  ดังนี้

๑.  วินิจฉัยข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ในกิจการสาธารณูปโภค   ได้แก่   กิจการรถไฟ  กิจการท่าเรือ  กิจการโทรศัพท์  หรือกิจการโทรคมนาคม  การผลิตหรือการจำหน่ายพลังงาน  หรือกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชน  การประปา การผลิตหรือการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง กิจการโรงพยาบาลและกิจการอื่นตามที่กำหนด นกฎกระทรวง  ฉบับที่  ๒  (พ.ศ.  ๒๕๑๙) * เช่น  กิจการสหกรณ์  ตามกฎหมายว่าด้วยการสหกรณ์กิจการขนส่ง ทั้งทางบก    ทางน้ำ    และทางอากาศ   รวมตลอดถึงกิจการบริการเสริมการขนส่งหรือเกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง ณ   สถานีขนส่ง  ท่าเทียบเรือ  ท่าอากาศยานและกิจการท่องเที่ยว   กิจการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย ว่าด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง

๒.  รัฐมนตรีเห็นว่าข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้นั้นอาจมีผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน  และกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการปิดงานหรือการนัดหยุดงานนั้น  อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ  หรืออาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน  หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ  หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน

๓.  ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามที่ได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมาย

๔.  วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องกล่าวหา   เรื่อง  การกระทำอันไม่เป็นธรรมและในกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  ชี้ขาดว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม  ให้มีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือ  ให้จ่ายค่าเสียหาย  หรือให้ผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติ  หรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร

๕.  เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเรียกร้อง  การเจรจา  การระงับข้อพิพาทแรงงาน  การนัดหยุดงานและการปิดงาน  ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

๖.  ตราข้อบังคับการประชุมและวางระเบียบการพิจารณาวินิจฉัย  และชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน และการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำอันไม่เป็นธรรมและการออกคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

๗.  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์  เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ในเรื่องที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มอบหมายเป็นประจำหรือเฉพาะคราว

๘.  ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ  มีอำนาจหน้าที่  ดังนี้

      ๘.๑  เข้าไปในสถานที่ทำงานของนายจ้าง  สถานที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือสำนักงานของสมาคมนายจ้าง  สหภาพแรงงาน  สหพันธ์นายจ้าง  หรือสหพันธ์แรงงานในระหว่างเวลาทำการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง  หรือตรวจสอบเอกสารได้ตามความจำเป็น

๘.๒  มีหนังสือสอบถาม  หรือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งสิ่งของหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์  หรือคณะอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์

๘.๓  มีหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญ  หรือผู้ทรงคุณวุฒิมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องก็ได้ 

 

_______________________________________________________________________________________________

 

*   พรบ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ.  ๒๕๕๐  บัญญัติไว้ในมาตรา   ๘๖  ว่ากิจการของโรงเรียนเอกชนในระบบไม่อยู่ภายใต้  บังคับกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงาน  กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ฯ ลฯ  กิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๒  (พ.ศ. ๒๕๑๙)  จึงไม่อยู่ในอำนาจของครส.  ตามมาตรา ๒๓  (๘)  แห่ง พรบ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ อีกต่อไป

 

 


Bicolor template supported by Naturalife Greenworld